5 หมวดการจัดเก็บตามแบบฉบับของมาริเอะ คนโดะ

5 หมวดการจัดเก็บตามแบบฉบับของมาริเอะ คนโดะ

มาริเอะ คนโดะ (Marie Kondo) คือสาวญี่ปุ่นวัย 35 ปี ผู้หลงใหลการจัดระเบียบ และเป็นเจ้าของทฤษฎีการจัดบ้านแบบคนมาริ (KonMari) ที่จะช่วยให้เราจัดการกับภูเขาทรัพย์สมบัติได้ดีขึ้น เธอมีหนังสือในหนังสือชื่อ ‘The Life-Changing Magic of Tidying Up’ หรือที่เป็นที่รู้จักในชื่อภาษาไทย ‘ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว’ ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลกและได้รับการแปลไปอีกหลายภาษา เป็นหนังสือที่นิตยสาร Time ยกย่องให้เธอเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลในปี 2015

 

ชื่อของมาริเอะถูกพูดถึงอีกครั้งเมื่อต้นปี 2019 เพราะเธอปรากฏตัวในรายการ Tidying Up with Marie Kondo ของ Netflix ซีรีย์ที่จะพาผู้ชมไปสำรวจความสัมพันธ์ของผู้คนในบ้านผ่านการจัดเก็บสิ่งของต่างๆ และสะสางสิ่งของเหล่านั้นด้วยวิธีการของเธอเอง ซึ่งเธอพบว่าความหยุ่งเหยิงในบ้านไม่ใช่แค่ทำให้บ้านรกและอยู่ไม่สบายเท่านั้น แต่นำมาซึ่งความสัมพันธ์ของคนในบ้านที่สั่นคลอนด้วยเช่นกัน การจัดบ้านจึงไม่ใช่แค่เรื่องการทำความสะอาด แต่เป็นการสะสางชีวิตครั้งใหญ่ที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวได้เช่นกัน  

 

วิธีการเก็บบ้านของมาริเอะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เธอใช้วิธีแบ่งออกเป็น 5 หมวดหมู่และค่อยๆ สะสางไปทีละหมวดโดยเรียงลำดับจากง่ายไปยาก ไม่ใช่แค่ในเชิงกายภาพของข้าวของเท่านั้น แต่เธอคำนึงถึงขั้นตอนในการจัดการสิ่งของเหล่านี้ในระยะยาวด้วย

หมวดที่ 1 : เสื้อผ้า (Clothing)

เสื้อผ้าคือของใช้ที่เรามักจะมีเยอะเกินความจำเป็นโดยไม่รู้ตัว สิ่งแรกที่มาริเอะทำเมื่อไปถึงบ้านจึงเป็นการ ‘ระเบิดตู้เสื้อผ้า’ ด้วยการเอาเสื้อผ้าที่มีทั้งหมดในตู้ออกมากองรวมกัน การทำแบบนี้จะทำให้คุณเห็นชัดๆ เลยว่าคุณมีเสื้อผ้าเยอะเกินจำเป็นแค่ไหน ได้เห็นไอเท็มลับที่ซื้อไว้แล้วลืมใส่ และเห็นเสื้อผ้าตัวโปรดที่หายไปนาน

 

ทริกง่ายๆ แต่ตัดใจยากคือ ชิ้นไหนที่เราหยิบแล้วจุดประกายความสุข หรือที่เธอมักจะใช้คำว่า ‘Spark Joy’ ซึ่งเป็นความรู้สึกเชิงบวกเมื่อเราสัมผัสสิ่งของหรือเสื้อผ้า ถ้าชิ้นไหนจับแล้วจุดประกายความสุขให้เราได้ก็ควรได้ไปต่อ

 

สำหรับเสื้อผ้าที่ซื้อมาแต่ไม่เคยใส่เลยสักครั้ง ให้เราขอบคุณมันที่ให้บทเรียนกับเราว่า เราไม่ได้ชอบเสื้อผ้าสไตล์นี้จริงๆ หรอก (เพราะถ้าชอบเราคงไม่ลืมที่จะหยิบมาใส่แน่ๆ) และบอกลามันซะ ส่วนเสื่อผ้าที่หวังว่าจะใส่ได้ในสักวัน จงขอบคุณที่มันมอบพลังความพยายามที่จะมีรูปร่างที่ให้กับเรา ถ้าคิดว่าเราเข้าใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้แล้วให้เก็บเสื้อผ้าตัวนั้นไว้ แต่ถ้าดูอย่างไรก็ไม่รอดให้ขอบคุณและบอกลา เพราะการสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสมกับขนาดของร่างกายก็เป็นวิธีการจุดประกายความสุขได้เช่นกัน

 

ทริกในการจัดเก็บ

การพับเก็บให้เป็นชิ้นเล็กที่สุดจะประหยัดพื้นที่ได้มากกว่าการแขวน เสื้อผ้าประเภทเสื้อยืด กางเกงลำลอง ควรพับเก็บในตู้เพื่อความสะดวกในการใช้งาน สำหรับเสื้อผ้าชิ้นเล็กๆ เช่น ถุงเท้า ชุดชั้นใน ควรใช้กล่องจัดระเบียบแล้วเก็บไว้ในตู้อีกชั้น ส่วนชุดสูทหรือชุดเดรสควรแขวนในตู้เสื้อผ้า

หมวดที่ 2: หนังสือ (Books)

สำหรับใครที่เป็นนักอ่านตัวยงอาจจะใช้เวลานานสักหน่อยกับหมวดนี้ มาริเอะแนะนำให้หยิบออกมาดูทีละเล่ม และให้ถามตัวเองว่าหนังสือเล่มไหนที่เราอยากนำติดตัวไปด้วยในอนาคต ถ้าเวลาสัมผัสรู้สึก Spark Joy รู้สึกดีที่ได้อ่าน หรืออยากกลับมาอ่านอีกครั้งแสดงว่าคุณอยากจะเก็บหนังสือเล่มนี้ไว้ แต่ถ้าเล่มไหนไม่ต้องการแล้วให้เก็บเพื่อส่งต่อให้กับคนที่ต้องการ อย่าลืมขอบคุณที่ได้ใช้เวลาดีๆ ร่วมกันก่อนบอกลา

ทริกในการจัดเก็บ

สำหรับหนังสือเล่มที่ต้องใช้บ่อยๆ หรือต้องการวางเพื่อประดับห้อง ให้วางในที่ๆ หยิบใช้ได้สะดวก เช่น ชั้นวางติดผนัง หรือใส่ไว้ในลิ้นชักที่จัดเก็บง่าย

หมวดที่ 3: เอกสาร (Papers)

หมวดเอกสารคือหมวดที่เราควรจัดการสะสางอยู่เรื่อยๆ แม้ในปัจจุบันนี้จะมีการส่งเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์กันมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมีเอกสารหลายอย่างที่เราจำเป็นต้องเก็บต้นฉบับเอาไว้ การจัดการเอกสารควรแบ่งเป็น 3 หมวด เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา

  1. เอกสารรอการดำเนินการ เช่น ใบเรียกเก็บเงิน ใบเสร็จ ใบหักภาษี ฯลฯ
  2. เอกสารสำคัญที่ต้องเก็บไว้เป็นถาวร เช่น จดหมาย การ์ด สัญญา แบบฟอร์มประกัน
  3. เอกสารจิปาถะที่ต้องหยิบขึ้นมาดูบ่อยๆ

ทริกในการจัดเก็บ

จัดเก็บเอกสารแยกเป็น 3 หมวดหมู่อย่างชัดเจน เก็บไว้คนละกล่อง คนละที่ เอกสารที่ใช้บ่อยให้เก็บไว้ในที่ๆ เข้าถึงได้ง่าย เช่น ลิ้นชักใต้โต๊ะทำงาน หรือกล่องบนโต๊ะทำงาน ส่วนเอกสารที่รอดำเนินการให้เก็บรวมไว้ที่เดียวกัน แยกซอง แยกประเภทให้ชัดเจน เพื่อให้สะดวกในการค้นหา ส่วนเอกสารสำคัญให้เก็บในที่ปลอดภัย ป้องกันการสูญหายและข้อมูลรั่วไหล

 

หมวดที่ 4: โคโมโนะ (Komono) หรือของจิปาถะ

ของจิปาถะเป็นของที่กินพื้นที่จัดเก็บในบ้านใหญ่ที่สุด แม้ว่าของจะมีขนาดเล็ก แต่ปริมาณที่มีอยู่มักจะไม่เล็กตามไปด้วย เพราะเรามักจะได้ของชิ้นเล็กๆ เหล่านี้เป็นของฝากจากคนรอบตัว ของขวัญในโอกาสต่างๆ หรือแม้แต่สิ่งของที่เราซื้อมาเองเมื่อไปเที่ยวหรือเก็บไว้เป็นความทรงจำจากสถานที่ต่างๆ ยังไม่รวมข้าวของเครื่องใช้ชิ้นเล็กภายในบ้านที่เราเผลอซื้อซ้ำและมีอยู่หลายอันจนเกินความจำเป็น เช่น กรรไกตัดเล็บ กิ๊บหนีบผม แม็กเน็ตติดตู้เย็น ฯลฯ ควรจัดไปทีละชั้น ทีละโซน และดูว่าเรามีของชิ้นไหนเกินความจำเป็นไปบ้าง อะไรที่ไม่ ‘Spark Joy’ แล้วก็ขอบคุณและบอกลากันได้เลย

ทริกในการจัดเก็บ

หากล่องใสหรือกล่องที่มองเห็นได้มาเก็บ เพื่อที่เราจะได้มองเห็นสิ่งของเหล่านั้นง่ายๆ เวลาที่ต้องการใช้ และจะได้ไม่เผลอซื้อมาซ้ำ

หมวด 5: ของที่มีคุณค่าต่อใจ (Sentimental Items)

สิ่งของที่มีคุณค่าต่อจิตใจมักจะเป็นหมวดที่คนใช้เวลาจัดเก็บนานที่สุด โดยเฉพาะรูปภาพที่เรามักจะใช้เวลาหมดไปกับการนั่งรำลึกความหลังอยู่นาน ถ้าตัดใจทิ้งไม่ได้เราต้องจัดการให้เข้าที่และเป็นระเบียบ อาจจะเก็บอัลบั้มรูปที่มีทั้งหมดมาไว้ในกล่องเดียวกัน หรือจัดเรียงภาพใหม่เพื่อให้หาง่ายมากขึ้น

 

ทริกในการจัดเก็บ

รวมอัลบั้มภาพทั้งหมดไว้ในกล่องเดียวกัน เก็บรูปภาพหรืออัลบั้มที่เราเปิดดูบ่อยๆ ไว้ในกล่องหรือลิ้นชักที่เราเปิดใช้งานง่ายๆ

ใส่ความเห็น

บริษัท ฟาสเทคโน จำกัด (สำนักงานใหญ่)

555/1 ซอยลาดพร้าว 107 แยก 19 ถนนลาดพร้าว
แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240

Copyright © 2020 by Fasttechno Co., Ltd.

บริษัท ฟาสเทคโน จำกัด (สำนักงานใหญ่)

555/1 ซอยลาดพร้าว 107 แยก 19 ถนนลาดพร้าว
แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240

Copyright © 2020 by Fasttechno Co., Ltd.

ตะกร้าสินค้า

0

No products in the cart.